Readings&Reflections
.
6 กันยายน 2553
ได้ฤกษ์อ่านหนังสือเล่มใหม่แล้ว ชอบ drive ของ dan pink เมื่อชอบใจแล้วก็อดคาบมาฝากไม่ได้
9 กุมภาพันธ์ 2552
Taleb VS Handy จากปรัชญาสู่การเงิน-การบริหาร


สิ่งที่ Taleb กับ Handy เหมือนกันก็คือ เขาเริ่มต้นจากปรัชญาและภาษาคลาสสิก ก่อนจะไปเรียนต่อ MBA Taleb สนใจทางด้านตรรกะทางคณิตศาสตร์ ส่วน Handy สนใจทางด้านสังคมมนุษย์และการจัดการ ทั้งคู่ต่างสืบเชื้อสายจากวงศ์ตระกูลที่มีบทบาทต่อสังคมมาหลายชั่วอายุคน และตัวเขาทั้งสองต่างเติบโตท่ามกลางสังคมที่ขัดแย้งทางศาสนา Taleb สูญเสียสถานภาพทางการเมืองและสินสมบัติจากสงครามกลางเมืองในเลบานอน Handy เป็นชาวอังกฤษนับถือนิกายโปรเตสแตนท์หนึ่งในจำนวนน้อยนิดที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางไอริชคาธอลิกในสาธารณรัฐไอร์แลนด์
การใช้กรอบความคิดเชิงปรัชญามาทำความเข้าใจโลกธุรกิจทำให้ทั้งสองแตกต่างจากผลิตผลของวงการธุรกิจโดยทั่วไป พวกเขาเรียนรู้ที่จะแตกต่าง กล้าที่จะท้าทายและตั้งคำถาม เมื่อเข้าสู่วงการค้าหุ้น Taleb รู้วิธีที่จะลอยลำอยู่เหนือสนามแข่งหนูและทำกำไรอย่างต่อเนื่อง … แม้จะไม่ถล่มทลาย… เขาไม่ตกเป็นเหยื่อของการทำกำไรและความโลภ จากการเป็นคนอังกฤษรุ่นแรกๆ ที่ได้เรียนรู้หลักการจัดการจากมหาวิทยาลัยอันมีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา เพื่อมาตั้งต้นหลักสูตรการศึกษาทางด้านธุรกิจในอังกฤษ Handy ปฏิเสธศาสตร์อันเป็นกลไกที่ได้เรียนรู้มา และกลับมาสร้างสรรค์หลักสูตรใหม่ที่ให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองอย่างแตกต่างภายใต้ศักยภาพที่แต่ละคนมีอยู่
หากแต่เส้นทางชีวิตของทั้งสองต่างกันอย่างสิ้นเชิง Handy เลือกเดินทางตามที่ใจเรียกร้อง สั่งสมประสบการณ์และผลงานต่อสังคมโดยแลกกับความยากไร้ ก่อนจะมั่นคงกับสถานภาพนักคิดอิสระซึ่งเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ส่วน Taleb เลือกประกอบอาชีพที่ตนเองดูถูกและรังเกียจ เพื่อสั่งสมความมั่งคั่ง บริษัทเขาทำกำไรสูงสุดในวันที่ตลาดทุนในสหรัฐฯ ล่ม
กำลังจะเขียนคอมเม้น Taleb เป็นฉบับที่สาม เลยถือโอกาสเกริ่นนำเรื่อง Handy ไว้ด้วยเลย สงสัยจะเป็นรายต่อไปที่จะได้รับการกล่าวขวัญถึงในคอลัมน์นี้
.
8 กุมภาพันธ์ 2552
เขียนเกี่ยวกับเรื่อง Fooled by Randomness ต่อตอนที่สอง เขาโปรยหัวเกี่ยวกับลิงพิมพ์ดีด ก็เลยลองไปหารูปจากเน็ต ปรากฎว่ามีหลายรูปทีเดียว เพราะเป็นเรื่องที่ฮิตจนเขียนเป็นนิยายได้ แต่บางอันเจ้าของก็หวง ขโมยมาไม่ได้ เท่าที่หาได้ก็เอามาแปะในข้อเขียนตอนที่สอง คราวนี้เป็นเรื่องอคติในมุมมองของคนกับความเป็นจริงเชิงคณิตศาสตร์/สถิติ อยากรู้ว่าเกี่ยวกับลิงตอนไหนก็ลองอ่านดู.

fooled by randomness by amazon.com
.
12 มกราคม 2552
สัปดาห์ที่แล้ว ไปสัมมนาที่ทำงานลูกค้า ได้ข้อคิดมาอย่างหนึ่ง (นอกเหนือจากเรื่องอื่นๆ) คือนึกถึงตอนหนึ่งในเรื่อง outliers ที่เขียนไว้คราวก่อน หนังสือกล่าวถึง Chris Langan ซึ่งเป็นอัจฉริยะสุดยอด แต่สถานการณ์แวดล้อมจากครอบครัว และผู้คนที่เกี่ยวข้องซึ่งมองไม่เห็นจุดเด่นของเขา กลับปฏิบัติต่อเขาด้วยวิธีการที่ทำลายมากกว่าจะส่งเสริมจุดเด่น ในสายตาของอาจารย์ หรือหน่วยงานต่างๆ ที่ไปติดต่อประสานงาน คงจะมองอัจฉริยะผู้นี้ด้วยความรู้สึกรำคาญ เบื่อหน่าย พอมามองสถานการณ์จริง ก็คิดว่า คงมีหลายคนเหมือนกัน ที่ศักยภาพอันโดดเด่น ถูกเจ้านายประเมินว่าเป็นอาการของตัวร้าย เจ้าปัญหา หากคนคนนั้นถูกจัดลงไปอยู่ในส่วนงานที่ไม่เหมาะสมกับศักยภาพ หรือต้องทำงานกับนายที่ต้องการเพียงการรักษาระเบียบอย่างเรียบง่าย หากคนคนนั้นยังมีความเป็นผู้ใหญ่ไม่เพียงพอ แทนที่จะหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ ก็อาจต่อต้านในทางลบ ต่างคนก็จะต่างไม่ได้ประโยชน์ และองค์กรเองก็จะเสียประโยชน์อย่างที่สุด คนที่สมรรรถนะสูงจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรก็ต่อเมื่อเขาได้รับ “โอกาส” ที่เหมาะสมด้วย คิดไปแล้วก็ไม่มีอะไรใหม่หรอก ใครๆก็รู้เรื่องนี้ สิ่งที่สร้างความแตกต่างก็คือในสถานการณ์จริง คนที่มีอำนาจตัดสินใจ “เห็น” หรือเปล่า
นึกถึงหนังสือเล่มนี้ก็ยิ่งชอบ ชอบมองอะไรให้รอบด้านแบบนี้
ธันวาคม 2551
It’s winter and it’s a “break” in our office. During this short period I have read a few good books and am so eager to share. ยังไม่รู้ชัดว่าหน้านี้จะเป็นอย่างไร แต่ช่วงนี้จะเขียนถึงของใหม่ๆ ที่เพิ่งอ่านมา ถึงตอนนี้ใส่ไปแล้วสองเรื่องสองเล่ม ดีจริงๆ ทั้งสองเล่มเลย แล้วกำลังอ่านค้างอยู่อีกสามสี่เล่ม อ่านไปแล้วก็คิดต่อไปอีก ต่อไปค่อยคุยให้ฟัง สองเล่มที่ใส่ไปแล้ว เรื่องแรกเกี่ยวกับหนังสือชื่อ “Microtrends” คนเขียนเป็นนักทำโพลล์ชั้นครู ซึ่งเป็นที่ปรึกษาให้กับกิจการขนาดใหญ่และนักการเมืองระดับประธานาธิบดีสหรัฐฯ งานหลักของเขาคือจับกระแส เขาเรียกอาชีพ “trendspotter” เกริ่นให้ฟังไปบ้างแล้วเมื่อตอนต้น เมื่ออ่านแล้วอยากทำอาชีพนั่นบ้าง ส่วนเล่มที่สองของคอลัมนิสต์คนดังจากนิวยอร์ก Malcolm Gladwell ใครที่เคยอ่าน Tipping Points หรือ Blink มาบ้างแล้ว เล่มนี้ประเทืองปัญญากว่านั้นอีก อ่านแล้วรู้สึกเหมือนฉลาดขึ้น


ความเห็น»
No comments yet — be the first.