jump to navigation

การแก้ปัญหาหัวไหล่ติด

ข้อเขียนชิ้นนี้ประมวลจากประสบการณ์ตัวเอง  จากที่หาอ่านเอาตามเว็บ ตามโปสเตอร์ แล้วก็ถามหมอบ้างถามนักกายภาพบ้าง พยายามเรียบเรียงให้ดีที่สุด แต่เนื่องจากเราไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ ไม่เคยได้รับการศึกษาด้านนี้  ดังนั้น จงอย่ายึดเป็นตำรา ขอให้ฟังหูไว้หู นำไปใช้อย่างมีวิจารณญาณ

injury

รู้แน่ๆ อย่างหนึ่งว่าหัวไหล่ไม่ติดย่อมดีกว่าหัวไหล่ติด  ติดแล้วมันก็เจ็บ แล้วก็จำกัดการเคลื่อนไหว  ติดนิดหน่อยเจ็บนิดหน่อยก็รักษาง่าย ติดมากเจ็บมากก็รักษายืดเยื้อและเจ็บตัวมาก   จะป้องกันได้อย่างไร ก่อนอื่น ก็ต้องรู้ว่าทำไมหัวไหล่ติด

หมอกับนักกายภาพชอบถามเราว่าไปทำอะไรมา   แม้ว่าคนหัวไหล่ติดจะมีเกลื่อนกลาดในสังคมไทย แต่ที่ติดทีเดียวสองข้างถือเป็นปรากฎการณ์ที่หาดูได้ยาก  สรุปแล้วจริงๆ ก็ตอบไม่ได้ว่าไปทำอะไรมาถึงได้ติด  เค้าว่ามีเหตุมากมายที่ทำให้ติด เช่นไปใช้งานมันหนัก ยกของหนัก เข็นรถ บาดเจ็บ หรือทำอะไรซ้ำซากที่สร้างความตึงเครียดให้กับหัวไหล่ นักกายภาพคนหนึ่งบอกว่า ถ้าทำอะไรจนเมื่อย แล้วฝีนทำจนเจ็บ เจ็บแล้วยังฝีนทำซ้ำเดิม จะเกิดพังผืด เมื่อเกิดพังผืดในข้อไหล่ ก็จะเป็นปัญหาหัวไหล่ติด เขาว่าการติดอาจเกิดจากกล้ามเนื้อตึง หรืออาจเกิดจากเยื่อหุ้มข้อไหล่อักเสบ หรือเกิดจากพังผืด ถ้าเป็นแค่กล้ามเนื้อก็ง่าย อย่างมากก็แค่ฉีดยาหรือกายภาพ ถ้าเป็นถึงพังผืดแล้ว ต้องกายภาพบำบัด   นักกายภาพบางคนบอกว่า หากเราเคลื่อนไหวหัวไหล่อย่างจำกัด ทำอยู่ไม่กี่ท่า เมื่อมีมุมที่เราไม่ได้เคลื่อนไหวไปร่างกายก็คิดว่าไม่ใช้แล้ว ก็เลยสร้างพังผืดขึ้นมาปิดพื้นที่เคลื่อนไหวนั้น เช่นไปทำอะไรมา กางแขนแล้วเจ็บ ก็เลยไม่กาง นานๆ เข้าพังผืดเกาะหัวไหล่ ก็กางไม่ได้  บางคนก็พูดถึงน้ำหล่อเลี้ยงในข้อ ถ้าเราขยับใช้งานมากก็จะมีน้ำมาหล่อเลี้ยง ถ้าเราไม่ขยับ ไม่ใช้งานมันเลย น้ำหล่อเลี้ยงก็จะไม่มา มันก็จะฝืด บางคนพูดหมือนกับว่า หากไปทำอะไรมาปุ๊บ เหตุนั้นก็จะทำให้หัวไหล่ติด  นักกายภาพบางคนก็จะบอกว่ามันสั่งสมเป็นเวลานาน พอถึงจุดหนึ่งจะเกิดก็เกิดขึ้นเลย

จะยังไงก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อหรือพังผืด ยิ่งเราปล่อยไปมันยิ่งสาหัสสากรรจ์ ดังนั้น อย่าทน เจ็บปุ๊บ ติดปั๊บ ให้ไปให้หมอดูทันที  หรือถ้าจะเช็คดูว่าหัวไหล่เราติดหรือเปล่า อาจลองยกแขนสองข้างขึ้นสูงแนบหู ลองกางแขนเก้าสิบองศา  หรือเอามือสองข้างไปจับกันข้างหลัง คนปกติเค้าจะทำได้กัน ตอนนี้เราทำไม่ได้สักอย่าง

ถ้าจะไม่ให้เป็น ก็คือขอเตือนว่า คนที่อยู่ในวัย 40 ขึ้นไป โปรดเจียมสังขาร สิ่งที่เคยหักโหมได้ในวัย 30 ทำเหมือนกันคราวนี้ ร่างกายอาจเช็คบิลเอาได้  แล้วก็ควรใช้ชีวิตให้สมดุล ใช้มือใช้แขนทำอะไรหลายๆ อย่างที่แตกต่างกันโดยไม่หักโหม แล้วก็อย่าแบกน้ำหนักมาก รวมทั้งการออกแรงกดด้วย

sdf_e

ถ้าหัวไหล่ติดแล้ว จะทำอย่างไรดี?

มีบางตำรา ว่ามันหายเองได้ คืออาการเริ่มแรกจะค่อยๆ ติด พอติดสักพักแล้วจะเจ็บ  เจ็บอยู่ปีสองปีแล้วจะติดมาก แต่ไม่เจ็บ ติดเฉยๆ ไปอีกสองสามปีแล้วอาการก็จะหายไปเอง ไม่เจ็บ ไม่ติดอีก  คือถ้าทนได้ก็ไม่ต้องรักษา แต่นักกายภาพกับหมอไม่กล่าวถึงทางเลือกนี้ นักกายภาพบางคนก็ไม่เห็นด้วย บอกว่าหากถึงขั้นเกิดพังผืดแล้ว จะหายเองไม่ได้ ยิ่งหากไม่รักษาจะยิ่งเกิดผลเสีย

ถ้าเป็นที่กล้ามเนื้อ ก็ไปทำกายภาพบำบัด อย่างมากก็ฉีดยา แล้วก็หาย  ถ้าเป็นที่เยื่อหุ้มข้อ หรือมีพังผืด ทางออกแรกก็คือการทำกายภาพบำบัด  ขั้นตอนของการทำกายภาพบำบัดคือนักกายภาพจะกล่อมมันด้วยอะไรอุ่นๆ และอัลตร้าซาวด์ หรือคลื่นสั้น ทุกสิ่งทุกอย่างใต้พื้นที่ที่โดนกล่อมก็จะอ่อนระทวยลง แล้วเค้าก็จะกดบี้จุดที่เป็นปัญหา ซึ่งมันจะแข็งตึง เขาก็จะบี้ให้มันอ่อนตัวลงในขณะที่จับแขนโยกไปมาเหมือนบังคับเรือหางยาว บางทีก็จะบิดหมุน หรือจับงอ เคลื่อนไปทางโน้นทีทางนี้ที  อาศัยว่าตัวต้นเหตุอ่อนกำลังลงบ้าง นักกายภาพก็จะยึดพื้นที่กลับคืนมาได้ช่วงหนึ่ง คราวนี้ก็เป็นหน้าที่เราต้องไปทำการบ้านเพื่อรักษาพื้นที่นั้นไว้ ด้วยการออกกำลังท่าต่างๆ ถ้าไม่ทำ พอมันหายมึน มันก็จะกลับมายึดพื้นที่กลับไป พอกลับไปทำกายภาพ ก็ต้องย้อนกลับไปเริ่มที่มุมเดิม ทำซ้ำไม่รู้จบ  ถ้าเราทำการบ้านดี ครอบครองพื้นที่ไว้ได้ วันรุ่งขึ้นนักกายภาพก็จะขยายพื้นที่เพิ่ม เราก็ทำซ้ำต่อไป พื้นที่ที่จะขยับแขน ขยับไหล่ได้ก็จะกว้างขึ้น  ทั้งหมดนี้กินเวลาแรมเดือน หรือแรมปี ขึ้นอยู่กับสิ่งต่างๆ

แต่การกายภาพไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าพังผืดขึ้นหนา กว่าจะค่อยๆ บี้มันลงไป ก็ใช้เวลายา……วววว นา……….นนนนน มาก และทุกครั้งที่ไปดัดจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวด  การดัดแขนด้วยกายภาพบำบัดคืบหน้าได้ช้าเพราะว่าเราเจ็บ ก็จะเกร็งต้าน  หมอเค้าเลยมีวิธีทำให้มันเร็วขึ้น ด้วยการจับดมยาสลบ แล้วดัด ป๊อกๆ ป๊อกๆ ไปเลย จนพังผืดทั้งหลายกระจุยกระจายหมด เป็นการหักด้ามพร้าด้วยเข่า (เอ๊ะ ใช่ไหมนะ)  หรือภาษาทหารเรียก blitzkrieg (คงจะใช่น่ะ)  สองนาทีเสร็จ ไม่มีแผล ตื่นขึ้นมาแล้วก็กินยาแก้ปวดไป  ผลจริงๆ จะเป็นยังไงไม่รู้ เพราะไม่เคยลอง  การทำอย่างนี้ทางการแพทย์เรียกว่า manipulation   ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญทำ อย่าทำเอง

ทางเลือกอีกอย่างคือการผ่าตัดแบบส่องกล้อง ภาษาหมอเรียกว่า arthroscopic surgery  อย่างที่เราทำ คือวางยาสลบ แล้วหมอก็เอากลัองเสียบ เอาเครื่องมือเสียบเข้าไปในช่องหัวไหล่ แล้วหมอก็ดูทีวีไป เอาไฟจี้พังผืดไป  นอกจากจี้พังผืดแล้วยังเหลากระดูกงอกให้หดแบนไปได้อีกด้วย ผลที่เกิดขึ้นก็คือ เจ็บตัว แต่พังผืดกระจุยไป และในกรณีของเราที่มีกระดูกงอกด้วย พอผ่าเสร็จกระดูกก็ไม่งอกไปกดทับเส้นเอ็นแล้ว

นักกายภาพคนหนึ่งบอกว่า หากมีพังผืดไประยะหนึ่ง จะเริ่มมีเลือดไหลอยู่ภายใน เมื่อถึงขั้นเลือดไหลแล้ว ร่างกายจะสร้างหินปูนขึ้นมา เจ็บมาก หากเอ็กซเรย์จะเห็นเป็นเดือยแหลม  คนที่ใส่รองเท้าบีบ แล้วฝืน ทนเจ็บไปมากๆ ก็อาจเป็นได้  เขาว่าหากมีเดือยพวกนี้แล้ว ผ่าตัดส่องกล้องไม่ได้ ต้องผ่าตัดเปิดแผลใหญ่

หากแก้ปัญหาโดยใช้กายภาพบำบัด หากทำจนหาย พังผืดก็จะไม่หายไป แต่มันจะนิ่มจนไม่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหว  หากใช้ manipulation พังผืดก็จะฉีกกระจุยกระจาย และห้อยรุ่งริ่งอยู่ข้างใน ไม่เป็นอุปสรรคอีกเหมือนกัน  ส่วนถ้าใช้วิธีผ่าตัดแบบส่องกล้องเหมือนของเรา นอกจากพังผืดจะกระจุย กระดูกที่งอกเกินจะถูกกำจัดจนฟุ้งกระจายแล้ว ไอ้พวกที่กระจุยกระจายรุ่งริ่งอยู่ก็จะถูกดูดออกไปพร้อมกับน้ำ ทางท่อที่เขาเสียบเข้าไปดูด

bandaid1

ทำเสร็จแล้วเสร็จเลยหรือเปล่า?

รู้แน่อย่างหนึ่งว่ามันจะเกิดขึ้นได้อีก หากไม่เฝ้าระวังมันจะกลับมา  นักกายภาพคนหนึ่งบอกว่า บางคนที่ทำหายแล้ว ก็กลับมาให้ทำรอบใหม่   บางคนทำไปข้างหนึ่งหาย สักพักก็เป็นใหม่ที่ไหล่อีกข้างหนึ่ง แต่ทั้งหมอและนักกายภาพทุกคนแสดงความเห็นตรงกันว่า ไอ้ที่รักษาไปคราวนี้ ถ้าไม่ follow through ให้ถูกต้อง เดี๋ยวมันก็จะกลับมาที่เดิม   หมอคนที่ผ่าบอกว่า อีกนาน กว่าจะเป็นทีนึงใช้เวลาสะสมนานมาก  นักกายภาพคนนึงไม่เห็นด้วยที่ตัดสินใจผ่า เพราะการผ่าไม่แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และบาดแผลจากการผ่าจะเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายสร้างพังผืดมาซ่อมแซม  แต่ก็ไม่รู้ว่าถ้าทำ manipulation แล้วจะส่งผลแบบเดียวกันหรือเปล่า มีคนพูดถึงวิธีนี้น้อยมาก ที่อ่านเจอในเว็บก็ไม่ได้พูดถึงประเด็นเรื่องการกลับมาของพังผืด

แต่ที่เราตอบได้แน่ๆ อย่างหนึ่งก็คือ เมื่อผ่าแล้วไม่ได้จบ  หลังจากผ่าเสร็จ เราเคลื่อนไหวได้น้อยกว่าก่อนผ่า พูดง่ายๆ ก็คือเมื่อไม่ได้เคลื่อนไหวมาพักนึง ไอ้ที่ติดอยู่แล้วยิ่งติดมากขึ้นไปอีก  หมอเห็นอาการหงิกงอของเราแล้วก็ส่งไปทำกายภาพใหม่  คือร่างกายของเรา กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ข้อไหล่ ได้เชื่อไปเสียแล้วว่าเราเคลื่อนที่ได้น้อย มันก็เลยทำไปตามความเชื่อของมัน   ข้อดีของการผ่าก็คือความเจ็บปวดอันไม่มีปีมีขลุ่ยหายไปแล้ว นอนตาหลับมากขึ้น มีปัญหาเล็กน้อยที่แผล เมื่อร่างกายสร้างเส้นประสาทขึ้นมาทดแทนไอ้ที่ถูกทำลายไป พวกรุ่นใหม่นี้ sensitive มากขึ้น โดนเป็นเจ็บ  และข้อดีก็คือ พังผืดตัวแสบเสร็จกระจุยไปแล้ว การดัดหัวไหล่ก็คืบหน้าอย่างรวดเร็ว ทำไม่กี่วัน คืบหน้ากว่าไอ้ที่เคยทำมาเป็นเดือน  นักกายภาพคนนึงบอกว่าตอนที่มันไม่มาขวางนี่ต้องรีบดัดให้เสร็จ ให้หัวไหล่เคลื่อนไหวได้ตามปกติ เพราะหากยังเว้นพื้นที่ไว้ มันจะกลับมา สรุปก็คือยังต้องกายภาพต่อ แต่คราวนี้น่าจะไม่ยืดเยื้อเรื้อรัง หลังจากนั้นเราก็ต้องดูแลตัวเอง

 

 

 

 

 

 

.

ผ่าตัดหัวไหล่ด้วยการส่องกล้อง

ความเห็น»

1. art - มิถุนายน 30, 2009

ไม่ทราบว่าคุณไปผ่าตัดที่ไหน และค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ แพงมากไหมครับ
พอดีว่าคุณพ่อเส้นเอ็นหัวไหล่ขาดหมอทำ MRI แล้วแนะนำให้ผ่าตัดแบบคุณ แต่ค่าผ่าตัด
แพงมากๆ รบกวนแนะนำด้วยนะครับ

2. tatar - พฤศจิกายน 25, 2009

สามีดิฉันเพิ่งไปผ่าตัดมา ไม่ได้ถามก่อน ที่สมิติเวช สุขุมวิท ทั้ง MRI สแกน ผ่าตัดส่องกล้อง
ค่าผ่าตัด 350,000 BHT โหดมากเลยค่ะ เห็นแล้วจะเป็นลม

3. หยก - ธันวาคม 11, 2010

เป็นบทความที่ดีมากๆ เลยครับ อ่านแล้วเข้าใจเลย

4. karista - กรกฎาคม 14, 2011

พอดีว่าคุณพ่อก็ตวจเจอเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ทำ MRI แล้วหมอบอกว่ามีกระดูกงอก ก็เลยทำให้เส้นเอ็นขาดค่ะ ค่าใช้จ่ายประเมินเบื้องต้นค่อนข้างแพง แต่ที่เป็นห่วงก็คือ คุณพ่อเป็นความดันและเบาหวานด้วย ไม่แน่ใจว่าควรจะผ่าหรือไม่ผ่าดีค่ะ อันไหนจะส่งผลกระทบมากกว่ากัน ใครทราบช่วยตอบและให้ข้อมูลด้วยนะค่ะ …ขอบคุณมากค่ะ

jaor2 - กรกฎาคม 15, 2011

เราก็เป็นความดันด้วย ตอนนั้นพยายามหลีกเลี่ยงการผ่าสุดชีวิต แต่ลองหลายวิธีแล้วไม่มีทางออกที่ดีกว่า และทิ้งไว้ก็เจ็บมาก

5. plemgsri chamchoy - มกราคม 18, 2012

ปวดบริเวณบ่าไหล่มากทำกายภาพอยู่สองปีไม่ดีข้นไปทำ MRI ปรากฏว่าเป็นผังผืดฉีกขาดหัวไหล่ซ้ายมีกระดูกงอกขอให้ผ่าตัดโดยวิธีส่องกล้องโดยทำทีละข้างแต่ต้องห้อยแขยหลังผ่าตัดสามเดือนและกายภาพอีกประมาณหกเดือนได้ปรึกษาหมอหลายๆท่านห้ามไม่ให้ผ่าเพราะผ่าแล้วกลับมาเป็นอีกได้และใช้เวลาพักฟื้นนานเลยตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรดีทั้งที่ตรวจร่างกายเตรียมผ่าตัดแล้วรอเรียกเท่านั้นเอง


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.